Bangkok

ต่อจากเอนทรี่ "ย่ำต๊อกฝั่งธน 3 - วัดราชโอรส (1)" ครับ

หากสนใจอ่านเอนทรี่ท่องเที่ยวอื่นๆ เข้าไปดูได้ที่เพจ Travel ของที่ซุกหัวหลังนี้ได้เลยครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


หลังออกมาจากพระอุโบสถ ผมก็เข้ามาที่ศาลาการเปรียญ หรือที่เรียกกันว่า "พระวิหารพระนั่ง"



พระประธานที่ศาลาการเปรียญนี้เป็นพระพุทธรูปถือตาลปัตร ปางประทานพระธรรมเทศนา และด้านหน้าพระประธาน ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง

ด้านหน้าศาลาการเปรียญมีถะ (เจดีย์แบบจีน) บรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาสวัดราชโอรสอยู่ (แต่ตรงนี้ผมเสียดายที่ลืมถ่ายรูปไว้)



ด้านหน้าวัดราชโอรสยามบ่าย ซึ่งวัดนี้หันด้านหน้าเข้าหาคลองสนามชัย ซึ่งเป็นทางสัญจรของผู้คนแถบนี้ในสมัยก่อน



คลองด่าน หรือคลองสนามชัย ช่วงด้านหน้าวัดราชโอรส สองฝั่งคลองยังมีความร่มรื่นของต้นไม้อยู่



เจดีย์ย่อมุมไม้สิบหก ตั้งอยู่หน้าพระวิหารพระยืน (ช่วงที่ผมมาวัดราชโอรสนี้ มีการปฏิสังขรณ์พระวิหารพระยืนอยู่)

เจดีย์นี้เป็นที่บรรจุอัฐิของราชสกุลลดาวัลย์ รวมถึงอัฐิของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ผู้คิดค้น"น้ำพริกลงเรือ"



เคยเห็นรูปสลักสิงโตคู่ แต่ที่นี่มี แมวคู่เฝ้าฐานพระปรางค์ด้วยล่ะ



ประตูช่องวงกลมแบบจีนที่ระเบียงคดของพระวิหารพระนอน ผมว่ามองมุมนี้แล้ว เหมือนสิงโตกับทวารบาลเล่นเกมจ้องตากัน





ผนังด้านนอกระเบียงคดของพระวิหารพระนอน มีแผ่นหินอ่อนจารึกตำราแพทย์แผนโบราณของไทยติดไว้อยู่เป็นระยะๆ





หมู่เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองเรียงเป็นแถวรายล้อมพระวิหารพระนอน ซึ่งการวางผังวัดราชโอรสนี้ จะยึดเอาพระวิหารพระนอนเป็นประธานของวัด แล้วสร้างระเบียงคดกับหมู่เจดีย์ล้อมรอบพระวิหาร ส่วนพระอุโบสถจะตั้งหน้าพระวิหารพระนอน

การสร้างเจดีย์รอบอาคารประธานของวัดก็เป็นหนึ่งในศิลปะที่นิยมในช่วงรัชกาลที่ 3



เรื่องราวและรูปถ่ายจากวัดราชโอรสแห่งนี้ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ ยังไงก็โปรดติดตามเอนทรี่ต่อไปครับ






edit @ 28 Nov 2010 11:45:37 by บล็อกของหนุ่มแดจอน

edit @ 28 Nov 2010 12:04:12 by บล็อกของหนุ่มแดจอน