Photo


เอนทรี่ที่เกี่ยวข้อง
ทริปใหญ่ปลายตุลาคม 2553 : ย่ำต๊อกวัดฝั่งธน


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากเดินเที่ยวกลุ่มวัดแถบคลองด่าน ผมก็เลือก "นิทรรศน์รัตนโกสินทร์" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีรูปแบบการนำเสนอความรู้ที่ดีอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่ง เป็นที่หมายในการเดินเที่ยววันถัดไป


ผมเองก็วางแผนว่าจะเดินชมทั้งนิทรรศน์รัตนโกสินทร์, โลหะปราสาท วัดราชนัดดา และภูเขาทอง วัดสระเกศ แต่ผมลืมไปว่านิทรรศน์รัตนโกสินทร์ปิดวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ผมไปที่นั่นพอดี ผมเลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นภูเขาทองแทน


ระหว่างที่ผมเดินไปวัดสระเกศนั้น ผมก็เดินผ่านป้อมปราการประจำพระนครด้านตะวันออก "ป้อมมหากาฬ" ครับ



ป้อมมหากาฬยามฟ้าครื้ม


ป้อมมหากาฬนี้อยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สร้างขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมกับการสร้างกรุงเทพ เป็นหนึ่งใน 14 ป้อมปราการรักษาพระนครในสมัยนั้น (ปัจจุบันเหลือป้อมปราการเหล่านี้ 2 แห่ง คือป้อมมหากาฬ และป้อมพระสุเมรุ) ผังของป้อมนี้เป็นรูปแปดเหลี่ยม และมีกำแพงสองชั้น


ตอนนั้นผมเองก็เข้าไปข้างในป้อมมหากาฬนี้ไม่ได้ เลยได้แต่ถ่ายรูปภายนอกป้อมนี้ครับ


ปืนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ปกป้องพระนครแล้ว





มองเห็นยอดโลหะปราสาทอยู่ไกลๆ



จากตรงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก็เห็นถนนราชดำเนินนอกที่ตั้งต้นจากแยกผ่านฟ้าลีลาศนี้ ตรงไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องจากถนนสายนี้กว้างและเป็นถนนสายตรง เลยพอมองเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมอยู่ลิบๆ (ลองดูใน Google Map แล้วรู้สึกว่าพระที่นั่งจะอยู่ห่างจากสะพานราวกิโลเมตรครึ่งกว่าๆ)




"คลองรอบกรุง" ที่ไหลผ่านข้างป้อมมหากาฬ เป็นคลองที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้ขุดเมื่อพร้อมการสร้างพระนคร เพื่อใช้เป็นคูเมืองของกรุงเทพในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตรงข้างป้อมมหากาฬนี้เป็นจุดที่คลองมหานาคไหลแยกจากคลองรอบกรุงพอดี (คลองมหานาคตั้งต้นตั้งแต่ตรงสะพานข้ามคลองด้านหน้าในภาพ) โดยในภาพนี้ คลองมหานาคจะไหลไปทางซ้าย ส่วนคลองรอบกรุงจะไหลต่อไปทางขวา

รู้สึกว่าคูเมืองเชียงใหม่จะสภาพดีกว่าคูเมืองกรุงเทพ (คลองรอบกรุง) นี้เยอะ

จากนั้นผมก็เดินต่อไปยังภูเขาทอง วัดสระเกศ ระหว่างนี้ก็ข้ามคลองมหานาค ตรงสะพานมหาดไทยอุทิศ (สะพานทางด้านหน้าในภาพบน)




"สะพานมหาดไทยอุทิศ" เป็นสะพานของถนนบริพัตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 23 ตุลาคม พ.ศ.2457 สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยการสร้างสะพานนี้ขึ้นก็เป็นพระราชดำริของพระองค์ เพื่อให้การสัญจรไปมาสะดวกขึ้นเนื่องจากแถบนี้เป็นที่รวมของถนนหลายสาย แต่ก็เสด็จสวรรคตไปเสียก่อน ส่วนชื่อของสะพานนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามให้


บนสะพานนี้มีประติมากรรมนูนต่ำรูปสตรีอุ้มเด็ก ในมือถือดอกซ่อนกลิ่น และรูปผู้ชายยืนจับไหล่ของเด็ก เป็นภาพแสดงถึงความโศกเศร้าอาลัยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


ส่วนคลองที่สะพานนี้สร้างข้ามนั้น เป็นคลองที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้ขุดต่อจากคลองรอบกรุงเหนือวัดสระเกศไปทางตะวันออก เมื่อ พ.ศ.2328 แล้วพระราชทานนามคลายสายนี้ว่า "คลองมหานาค" ตามแบบคลองมหานาค ตรงภูเขาทอง นอกกรุงศรีอยุธยา วัตถุประสงค์ที่ขุดคลองนี้ก็เพื่อให้ใช้เล่นเพลงเรือดอกสร้อยสักวาในฤดูน้ำหลาก เหมือนประเพณีดั้งเดิมสมัยกรุงศรีอยุธยา


เมื่อเข้าวัดสระเกศแล้ว ผมก็เดินขึ้นบันไดไปยังด้านบนขององค์ภูเขาทอง






สองข้างทางเดินขึ้นภูเขาทองเฉพาะช่วงแรกๆเป็นสวนเล็กร่มรื่น









พอขึ้นไปใกล้ถึงด้านบนของภูเขาทอง จะไม่มีสวนเล็กๆสองข้างทางแล้ว วิวกรุงเทพจากทางเดินนี้ก็สวยเหมือนกัน แต่เสียดายว่าถ่ายเสียไปเยอะ


นกลงมากินอาหารตรงทางเดินขึ้นภูเขาทอง



องค์พระเจดีย์ตรงยอดภูเขาทอง ตอนเด็กๆ ผมเคยเข้าใจผิดนึกว่าเป็นเจดีย์หุ้มทอง แต่ที่จริงปิดกระจกโมเสกสีทอง


สถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในองค์เจดีย์ภูเขาทอง


"ภูเขาทอง" หรือ "พระบรมบรรพต" นี้ รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างเป็นปูชนียสถานชานพระนคร เหมือนแบบสมัยอยุธยา ที่มีเจดีย์ภูเขาทองอยู่กลางทุ่งนอกพระนคร เป็นสถานที่ที่ชาวพระนครลงไปประชุมเล่นเพลง และสักวาในเทศกาลประจำปี โดยรัชกาลที่ 3 ทรงเลือกสร้างภูเขาทองของกรุงเทพนี้ที่วัดสระเกศ


แต่เดิมนั้น รัชกาลที่ 3 ทรงกำหนดให้ภูเขาทองมีลักษณะเป็นพระปรางค์ฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่ก่อสร้างได้ไม่เท่าไหร่ก็ทรุดตัวพังลงมา เพราะพื้นที่ก่อสร้างตั้งอยู่ใกล้ชายคลอง พอก่อสร้างใหม่ก็ทรุดอีก จึงหยุดการก่อสร้างภูเขาทองไปชั่วคราวจนสิ้นรัชกาลที่ 3


พอถึงสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้สร้างใหม่ ทรงเสด็จไปวางศิลาฤกษ์ ให้เปลี่ยนชื่อภูเขาทองใหม่เป็น "บรมบรรพต" และเปลี่ยนแบบภูเขาทองให้สร้างเป็นภูเขามีเจดีย์อยู่ด้านบน มีทางเดินเวียนขึ้นลงสองสายเพื่อความสะดวกในงานเทศกาล บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด แต่การก่อสร้างภูเขาทองก็ยังไม่เสร็จในรัชกาลนี้


พอเข้ารัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สร้างต่อจนเสร็จ และใน พ.ศ. 2422 รัฐบาลอินเดียได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดได้จากเมืองกบิลพัสดุ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าให้นำมาบรรจุในองค์พระเจดีย์ 


สำหรับคราวหน้า ผมจะมาลงรูปทริปย่ำต๊อกฝั่งพระนคร แต่จะเป็นวัดไหน โปรดติดตามตอนต่อไปครับ



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ที่มาของข้อมูลป้อมมหากาฬ, คลองรอบกรุง, คลองมหานาค, สะพานมหาดไทยอุทิศ, ภูเขาทอง: Wikipedia