SE-Asia

พระราชวังหลวง (หอคำ) นครหลวงพระบาง



หอคำ นครหลวงพระบาง
(ที่มาของรูป : Wikipedia)

พระราชวังหลวง (ชื่อทางการ “หอคำ”) นครหลวงพระบาง ประเทศลาว ก่อสร้างขึ้นใน พ.ศ.2447 ระหว่างที่ลาวเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ในรัชสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ตำแหน่งของพระราชวังแห่งนี้ถูกเลือกให้ผู้มาเยือนนครหลวงพระบางต้องขึ้นฝั่ง จากแม่น้ำเดินทางเข้ามา หลังจากที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์เสด็จสวรรคต เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา และราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบางได้มาประทับที่พระราชวังแห่งนี้ต่อ จนกระทั่งปี พ.ศ.2518 ราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบางถูกล้มอำนาจโดยขบวนการปะเทดลาว และเหล่าราชวงศ์ถูกส่งตัวไปที่ค่ายสัมมนา พระราชวังแห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาจนถึงปัจจุบัน


พระบรมราชานุเสาวรีย์เจ้า มหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
(Credit รูป: Adam Carr)

พื้นที่พระราชวัง

บริเวณพระราชวัง มีอาคารสิ่งก่อสร้างบางแห่งรายล้อมตัววัง ได้แก่ ห้องเครื่อง คลังเก็บของ ห้องเก็บเรือพระที่นั่ง หอประชุม หอพระบาง กองเสนาธิการ สระบัว รวมไปถึงปืนใหญ่ 2 กระบอกที่ทางเข้าพระราชวัง นอกจากนี้ ยังมี พระราชานุเสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ตั้งอยู่นอกหอประชุม


มุมมองจากด้านหน้าพระราชวัง (Credit: Alcyon)


แผนผังพระราชวังหลวง นครหลวงพระบาง
(ที่มาของรูป : Wikipedia)

อาคารสิ่งก่อสร้าง

ลักษณะสถาปัตยกรรมของพระราชวังเป็นแบบผสมระหว่างสถาปัตยกรรมลาวดั้งเดิม กับสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ของฝรั่งเศส โดยมีการวางตัวคล้ายไม้กางเขน หน้าบันของทางเข้าพระราชวังสลักรูปช้างสามเศียร มีฉัตรกางอยู่ตรงกลางด้านบน อันเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง ขั้นบันไดทางเข้าพระราชวังปูด้วยหินอ่อนจากอิตาลี

ด้านขวาของทางเข้าพระราชวังเป็น ห้องรับรองพระราชอาคันตุกะ ภายในมีรูปปั้นครึ่งตัวของราชวงศ์ลาวตั้งอยู่และมีฉากผ้าใบเคลือบปิดทองวาด ภาพเขียนเรื่องรามเกียรตื์ จิตรกรรมฝาผนังของห้องนี้วาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตพื้นบ้านของชาวลาว วาดขึ้นในปี พ.ศ.2473 โดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส

พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงงานศิลปกรรมมีค่าของลาว รวมถึง “พระบาง” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของลาว ซึ่งหล่อจากสำริด พระพุทธรูปยืนนี้สูงประมาณ 83 เซนติเมตร และหนัก 50 กิโลกรัม


พระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของลาว
(ที่มาของรูป : Wikipedia)


หอพระบาง (ที่มาของรูป : Wikipedia)

เดิมพระพุทธรูปพระบางประดิษฐานที่อาณาจักรขอม พระเจ้าฟ้างุ้ม ปฐมกษัตริย์แห่งล้านช้างได้ทูลขอจากกษัตริย์ขอม ใน พ.ศ. 1902 ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้อาราธนาพระบางมาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี ในรัชสมัยพระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้พระราชทานพระบางคืนแก่ล้านช้าง สยามอาราธนาพระบางมาอีกครั้งใน พ.ศ.2370 และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานคืนพระบางแก่ล้านช้างอีก ครั้ง เป็นที่ลือกันว่าพระพุทธรูปพระบางองค์ปัจจุบันนั้นเป็นองค์จำลอง ขณะที่องค์จริงประดิษฐานที่กรุงเวียงจันทน์ หรือไม่ก็กรุงมอสโก

ภายในพระราชวัง ยังมีพระพุทธรูปสลักจากงาช้างขนาดใหญ่ และมีพระบฏ (ผืนผ้าที่มีภาพเกี่ยวกับศาสนา) ทอจากผ้าไหมฝีพระหัตถ์พระราชินีแห่งล้านช้าง

ด้านซ้ายของทางเข้าพระราชวัง เป็นห้องรับรองราชเลขาธิการ ประดับด้วยงานจิตรกรรมต่างๆ เครื่องเงิน เครื่องกระเบื้องถ้วยชามจีน และเป็นที่ตั้งแสดงของขวัญจากประเทศต่างๆ ได้แก่ พม่า, กัมพูชา, ไทย, โปแลนด์, ฮังการี, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, เวียดนาม, จีน, เนปาล, สหรัฐฯ, แคนาดา และออสเตรเลีย

ห้องถัดไปทางซ้ายมือเป็นห้อง รับรองแขกของพระราชินี มีพระบรมสาทิสลักษณ์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระราชินีคำผุย และมกุฏราชกุมารวงศ์สว่าง วาดโดยอิลยา กลาซูนอฟ จิตรกรชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ. 2510 แขวนอยู่บนผนัง นอกจากนี้ยังมีธงมิตรภาพจากจีนและเวียดนาม รวมถึงรูปสลักจำลองจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงนิวเดลี

ส่วนของห้องบรรทม ของพระบรมวงศานุวงศ์ได้รับการอนุรักษ์ให้มีสภาพใกล้เคียงกับตอนที่กษัตริย์ ล้านช้างถูกขับออกจากพระราชวัง และในท้องพระโรงได้มีการแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของลาว




งานศิลปะที่ตั้งแสดงในพระราชวังหลวง
(ที่มาของรูป : Oceansmile.com)



พระราชวังหลวง มองจากภูสี สายน้ำหลังพระราชวังคือแม่น้ำโขง
(ที่มาของรูป : tripandtrek.com)

Credit เนื้อหา : Wikipedia
ผู้แปลและเรียบเรียง : หนุ่มแดจอน@exteen





edit @ 6 Jul 2010 12:04:09 by บล็อกของหนุ่มแดจอน